englishflag  | กลับไป  

    

  • Bunniyom
  • Prajan
  • Tissa
  • FMTV


  • SamanaBhodhirak.photo


    Samana Bhodhirak


    Laung pho Thummachat


    Samana Sangseen


    Tissa.thegreatBuddha.photo

    Tissa


    ThanJan.photo

    Than Jan





                                  



    ประวัติ สมณะโพธิรักษ์

        Days After Days, Monday to Sunday, 3.30 am -Up.


    newsmile_TonyBA747oamTG.photos

                    

    • พุทธสถานสันติอโศก-กรุงเทพฯ - แพทย์ศิริราช, รามาฯ, จุฬาฯและทีมงานสปิริต บุญนิยมทุกคน-[Spirit of Merit Team] น้อมกราบนมัสการ..ถึงพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ณ.ขณะนี้และอยากให้ ทุกๆ ท่านทราบถึง ประวัติของพ่อท่านฯอีกครั้ง ตลอดจนถึงผลงาน และความเป็นมา โดยสรุปไว้ ณ.บนเว็บไซต์ มีดังต่อไปนี้

    สมณะโพธิรักษ์ (มงคล รักพงษ์) เกิดที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ บิดาเสียชีวิต ตั้งแต่ท่านยังเล็ก มารดาได้มาประกอบอาชีพที่ จ.อุบลราชธานี.. ซึ่งเป็นรกรากเดิมของบรรพบุรุษ และได้แต่งงาน อีกครั้งหนึ่ง มารดาค้าขายเก่ง มีฐานะดี แต่ต่อมาถูกโกงและป่วย ทำให้ฐานะทางการเงินทรุดลง แต่ก็ได้รับ ความช่วยเหลือเลี้ยงดู จากคุณลุงซึ่งเป็นนายแพทย์ ส่วน ด.ช.มงคลนั้น เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียร อดทน ช่วยมารดาค้าขายหารายได้ตลอดมา..

    เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมปลายในกรุงเทพฯ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง แผนกวิจิตรศิลป์ และ ได้เปลี่ยน ชื่อเป็น รักรักพงษ์ ขณะที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนเพาะช่างนี้ เรียนจบแล้ว ท่านได้เข้าทำงาน ที่ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด (พ.ศ. ๒๕๐๑) โดยเป็นผู้จัดรายการเด็ก, รายการการศึกษา และรายการวิชาการต่างๆ จนมี ชื่อเสียง ในสมัยนั้น ทั้งยังเป็นครูพิเศษสอนศิลปะตามโรงเรียนต่างๆ ด้วย มีรายได้เดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท (ขณะที่ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นมีเงินเดือน ๑๒,๐๐๐) และเมื่อมารดาถึงแก่กรรม ก็ได้รับภาระเลี้ยงดูน้องๆ ทั้ง ๖ คน ให้เรียนจนจบตามความต้องการ ของแต่ละคน รัก รักพงษ์ มีความสามารถในศิลปการประพันธ์ ทั้งเรื่องสั้น สารคดี บทกวี บทเพลง

    ดยเฉพาะ เพลง "ผู้แพ้" ซึ่งประพันธ์สมัยที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนเพาะช่าง และทำงานเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ไปด้วย ได้รับความนิยมสูงสุดในสมัยนั้น (พ.ศ. ๒๔๙๗ - พ.ศ.๒๔๙๘) และทั้งเพลงที่ประกอบภาพยนต์ เรื่องโทน เช่น เพลงฟ้าต่ำแผ่นดินสูง เพลงชื่นรัก เพลงกระต่ายเพ้อ เป็นต้น ก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน รัก รักพงษ์ เคยสนใจเรื่องไสยศาสตร์อยู่ระยะหนึ่งมีคนนิยมมาก จนกระทั่ง ได้หันมาศึกษาพุทธศาสนาอย่างเอาจริงเอาจัง จนเกิดความซาบซึ้ง และเห็นคุณค่าของ พุทธศาสนา ท่านได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดมา จนสามารถเลิกละ อบายมุข โลกธรรม กามคุณ รับประทาน อาหาร มังสวิรัติวันละ ๑ มื้อ จนเกิดความมั่นใจแล้ว จึงอุปสมบทที่ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ

    ในคณะ ธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้รับฉายาว่า "พระโพธิรักขิโต" มี พระราชวรคุณ เป็นอุปัชฌาย์ เมื่อได้บวชในพุทธศาสนาแล้ว ท่านก็ยังปฏิบัติเคร่งครัด สงบสำรวม เป็นที่ศรัทธา เลื่อมใส จนมีผู้มาขอศึกษาปฏิบัติตามทั้งฆราวาส และนักบวชจากคณะธรรมยุตและมหานิกาย ต่อมาพระราชวรคุณ ซึ่งเป็นอุปัชฌาย์ ไม่ต้องการให้พระฝ่ายมหานิกาย มาศึกษาอยู่ร่วมด้วย พระโพธิรักษ์ จึงเข้ารับการสวดญัตติฯ เป็นพระของคณะมหานิกาย อีกคณะหนึ่ง โดยมิได้สึกจาก คณะธรรมยุต ที่วัดหนองกระทุ่ม จ.นครปฐม โดยมีพระครูสถิตวุฒิคุณ เป็นอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖

    ทั้งนี้เพราะ พระโพธิรักษ์มุ่งสารธรรมเป็นใหญ่ ไม่ติดใจเรื่องนิกาย จึงมีพระทั้งมหานิกาย และ พระธรรมยุต ที่มีปฏิปทาเป็น“สมานสังวาส”กัน มาร่วมศึกษาปฏิบัติอยู่ด้วย โดยยึดถือธรรมวินัย เป็นใหญ่ ซึ่งทำให้ พระอุปัชฌาย์ ทางฝ่ายธรรมยุตไม่พอใจ ท่านจึงคืนใบสุทธิให้ฝ่ายธรรมยุตไป เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖ คงถือแต่ใบสุทธิ ฝ่ายมหานิกายเพียงอย่างเดียว แต่ท่านก็มีพระจากทั้ง ๒ นิกาย อยู่ร่วมศึกษา ปฏิบัติด้วย เพราะท่านไม่รังเกียจนิกายใดๆ มุ่งหมายทำงานเพื่อพระศาสนา เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

    โดยไม่ให้ผิด พระวินัยเป็นสำคัญ การปฏิบัติที่เคร่งครัดของท่านและคณะ เช่น การฉันอาหารมังสวิรัติวันละ ๑ มื้อ, ไม่ใช้เงินทอง, นุ่งห่มผ้าย้อมสีกรัก, มีชีวิตอย่างเรียบง่าย, ไม่มีการเรี่ยไร, ไม่รดน้ำมนต์-พรมน้ำมนต์, ไม่ใช้การบูชาด้วยธูปเทียน, ไม่มีไสยศาสตร์ฯ เหล่านี้ ซึ่งแตกต่าง จากพระสงฆ์ ในมหาเถรสมาคม ที่มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย ทำให้บางครั้ง ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า "นอกรีต"

    The Statue of Samana Bhodhirak ( Mr.Rak Rakpong ) and Vulture-Bird when he was young in the old days at BanRatchathani Asoke, in Ubon Ratchathani province, Thailand.

    การทำงานพระศาสนาของท่านได้รับอุปสรรคตลอดมา ท่านและคณะ จึงประกาศลาออกจาก มหาเถร สมาคม เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งการกระทำเช่นนี้เรียกว่า "นานาสังวาส" และ มีสิทธิที่จะ ได้รับ ความคุ้มครอง ตามมาตรา ๒๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อย่างไรก็ตามพระโพธิรักษ์และคณะ ก็ได้รับการพิพากษาว่าเป็น "ผู้แพ้"ไม่สามารถเรียกขานตนเอง ว่า "พระ" ได้ ท่านจึงเรียกตนเองว่า "สมณะ" แทน และยังคงปฏิบัติเคร่งครัดเหมือนเดิม การกระทำทั้งหมดนี้ มิได้เกิดจากความตั้งใจของท่านเลย ในอันที่จะแบ่งแยก แต่เกิดโดยธรรม เริ่มตั้งแต่ "รัก รักพงษ์" ได้ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย จนพบ "อริยสัจธรรม"

    จากนั้นจึงเข้าไป อุปสมบท จากทั้ง ๒ นิกาย แต่การปฏิบัติของท่านและคณะนี้ กลับทำให้ท่านและคณะ ต้องแยกตัวเป็น “นานาสังวาส" มาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันท่านได้นำพาหมู่กลุ่มชาวอโศก สร้าง "ชุมชนบุญนิยม" ตามปรัชญา แห่งศาสนาพุทธ ที่เชื่อมั่นว่า สัมมาทิฏฐิ เป็นแกนสำคัญ ของมนุษย์และสังคมโดย มีความเป็นอยู่ อย่างเรียบง่าย, พึ่งตนเองได้, สร้างสรร, ขยัน-อดทน, ไม่เอาเปรียบใคร, ตั้งใจเสียสละ จนได้รับการขนานนามว่า "ชุมชนคนพอเพียง" -ได้รับข้อมูลแล้วครับ..จากกลุ่มเพื่อนๆทางสันติอโศกอีกครั้ง ต้องขอบคุณมากครับ..-นพ.ชัยพร, Friends-UK and Friends at Thai Airways International Public Company Limited.-ทีมงาน สปิริต บุญนิยม [Spirit of Merit Team]-



    Chamlong.photos

    Maj.Gen.Chamlong Srimuang

    tissa.photos


    S.Bhodhirak when he was young in the old days | tissaphotos


     ไปด้านบน  | กลับไป  

    Copyright © 2006-2009 Bunniyom Thailand. All rights reserved.

    Terms of service us at E-mail: spirit_bunniyom